รีวิวอนิเมะ Your Name อนิเมะที่ทำให้ทั้งโลกต้องตะลึง!

Your Name (ชื่อไทย: หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ) เป็นภาพยนตร์อนิเมะแนวโรแมนติกแฟนตาซี กำกับโดยมาโกโตะ ชิงไก ออกฉายในญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2559

เคยไหม…
นอนตื่นขึ้นมาแล้วอารมณ์ยังค้างจากความฝันที่สมจริงเหลือเกิน…
ทุกอย่างเหมือนจริงจนแทบจับต้องได้…
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นแสนสะเทือนอารมณ์…ท่วมท้นจนถึงกับน้ำตาไหลออกมาจริง ๆ…
แต่สิ่งที่อยู่ในความฝันนั้น…แม้จะสมจริงแค่ไหน…
แต่เราก็กลับค่อย ๆ ลืมมันไป…
จนในที่สุด…เราก็จำอะไรไม่ได้เลย…
เหลือเพียงความรู้สึกจาง ๆ ที่ค้างอยู่ในใจ…
คอยให้บางสิ่งบางอย่างที่พาให้เราหวนนึกถึง ปลุกความทรงจำนั้นให้ตื่นขึ้นมา…

แต่ถ้าความฝันนั้นไม่ใช่ความฝันละ!!!
แต่เป็นความจริง…ที่เกิดจากการที่วิญญาณเราได้ไปสิงร่างคนอื่นเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ…
ได้ใช้ชีวิตในร่างเขา…มีประสบการณ์ทุกอย่างเหมือนที่เขามี…
แต่พอเราตื่น เรากลับคิดว่ามันเป็นแค่ความฝัน…เพราะมันเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง…

และถ้าคนที่เราไปสิงร่างเขา กลับมาสิงร่างเราแทนในช่วงเวลานั้นละ…
เราจะรู้สึกยังไงที่ได้ไปรู้จักชีวิตเขา…รู้จักเพื่อนรอบตัว…สังคมครอบครัวของเขา…
รู้จักตัวตน ความเป็นอยู่ ความรู้สึกนึกคิดของเขาผ่านสิ่งรอบตัว…
ความใกล้ชิดของคนสองคนที่น่าจะเข้าอกเข้าใจสถานการณ์ ปัญหา และความต้องการของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง…
เพราะได้ไปตกที่นั่งเดียวกันจริง ๆ…
จะทำให้ความรักเกิดขึ้นมาได้ไหม…

ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงเรื่องราวของมิสึฮะ มิยะมิซุ (โมนากะ ชิมิซุ) เด็กสาวมัธยมปลายในชนบทของญี่ปุ่น และทาคากิ มิตสึฮิโตะ (เรียวทาโร มัตสึดะ) เด็กหนุ่มมัธยมปลายในโตเกียว ทั้งสองคนเกิดการสลับร่างกันอย่างลึกลับ ตอนแรกพวกเขาคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็เริ่มเข้าใจว่าพวกเขากำลังเผชิญกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ

Your Name ได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกจากนักวิจารณ์ โดยยกย่องถึงงานภาพที่สวยงาม เรื่องราวที่สนุกสนานและซาบซึ้ง การแสดงที่ยอดเยี่ยม และดนตรีประกอบที่ไพเราะ ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามทั้งในด้านรายได้และคำวิจารณ์ โดยทำรายได้ไปทั่วโลกกว่า 368 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม

หญิงสาวและชายหนุ่มที่ฝันว่าได้ไปอยู่ในร่างของกันและกันแม้ว่าจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก่อนจะพบว่านั่นไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นปาฏิหารย์ที่ทำให้ทั้งสองคนสลับร่างกันกลับไปมา และนำไปสู่การพยายามค้นหาความจริงว่าแต่ละคนคือใคร การเปลี่ยนแปลงโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ กลายเป็นเรื่องราวของพรหมลิขิตที่ผูกทั้งสองชีวิตไว้ด้วยกัน แม้จะไม่ได้รู้จักหรือเกี่ยวพันกันเลย

อนิเมชั่นสวยงาม หมดจด แม้ว่าเมื่อได้อ่านเรื่องย่อก็ยังสงสัยว่าทำไมต้องทำเป็นอนิเมชั่น แต่พอดูตัวหนังจริงๆ ก็ต้องยอมรับเลยว่าการทำเป็นอนิเมชั่นสามารถถ่ายทอดตัวหนังออกมาได้ลงตัวมากๆ ทั้งความสวยงาม รายละเอียด ความละเมียดละไม ที่สอดรับกับตัวเนื้อหาที่ไปได้ไกลกว่าหนังสลับร่างเพื่อเรียนรู้เพศตรงข้ามอย่างหวานมันส์ฉันคือเธอ ไปสู่การพูดถึงปรัชญา ความทรงจำที่เลือนหาย และ destiny และมาครบทั้งเนื้อเรื่อง ความสนุกสนาน ซับซ้อน ซาบซึ้งตรึงอารมณ์ จนทำให้ทุกๆวินาทีของหนังเรื่องนี้มีความหมาย และขึ้นแท่นหนังในดวงใจประจำปีทันทีที่ดูหนังจบ และอันที่จริง อาจจะเป็นหนังที่ประทับใจในรอบหลายๆปีก็ยังได้

บทและเนื้อเรื่องของหนังที่พาเราไปได้สุดทาง แม้ว่าขณะดูจะนึกถึงหนังอย่างหวานมันส์ฉันคือเธอ หนังเกาหลีสมัย Il Mare หรือ Ditto หนังที่พูดถึงพรหมลิขิตแบบ Lovers of the Arctic Circle, Be with You หรือ Turn Left, Turn Right หรือแม้แต่หนังไซไฟอย่าง Interstellar แต่หนังก็คลุกเคล้าอย่างลงตัวจนเป็นตัวของตัวเอง ที่มีจังหวะตลก สนุกสนาน ไปจนถึงความลุ้น เอาใจช่วยตัวละคร และความซาบซึ้งประทับใจ และสามารถเกาะกุมหัวใจคนดูได้อย่างอยู่หมัด โดยเฉพาะคนที่เชื่อว่ามีใครบางคนที่ถูกสร้างมาและผูกพันกับเรา ที่รอคอยเราอยู่ ณ.ที่ใดที่หนึ่ง โดยไม่ต้องเห็นหน้าหรือรู้จักกันมาก่อน

อนิเมชั่น 2D ที่ภาพสวยจนแทบลืมหายใจ การเคลื่อนไหวที่ราบลื่นไม่สะดุด รายละเอียดที่ถูกใส่เข้ามาอย่างพิถีพิถัน การจับบรรยากาศของญี่ปุ่นอย่างแม่นยำไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศในเมืองหรือชนบท ใบไม้แดง ซากุระ หิมะ น้ำใส และที่ชอบมากๆคือการวาดให้เห็นแสงและเงาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด แสงไฟ แสงไฟจากรถ แสงดาวตก เงาสะท้อนต่างๆ ที่ทั้งสวย ทั้งสมจริง และสร้างบรรยากาศอุ่นๆตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งถ้าเป็นหนังที่ไม่ใช่อนิเมชั่น อาจไม่สามารถจับรายละเอียดและอารมณ์ได้ดีขนาดนี้

และถึงแม้จะเป็นอนิเมชั่น แต่สามารถทำให้ตัวละครมีเลือดเนื้อ มีชีวิตจิตใจ ทุกตัว แม้ว่าจะเป็นเพียงตัวประกอบเพื่อนๆพระเอกนางเอกก็ตาม แต่คนที่โดดเด่นที่สุดก็คือพระเอกนางเอก ที่ทั้งมีชีวิตชีวา มีเสน่ห์ ชวนให้ติดตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทพระเอก โดยช่วงแรกของหนังเล่าเรื่องราวจากมุมมองนางเอกเป็นหลัก แล้วจึงเปลี่ยนเป็นมุมมองพระเอกในช่วงหลังที่เรื่องราวเริ่มเข้มข้นพลิกผัน ทำให้บทพระเอกเป็นเหมือนตัวแทนของคนดูที่ค้นหาความจริง และชวนให้เอาใจช่วย

การกำกับหนังของผู้กำกับ ที่ไม่ใช่การกำกับการแสดง แต่เป็นการกำกับอารมณ์คนดูให้ผูกพันและคล้อยตามไปตามตัวหนังอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นช่วงตลก สนุกสนาน ก็เรียกรอยยิ้ม เรียกเสียงฮาได้ บทลุ้น ตื่นเต้น ก็ชวนให้เอาใจช่วย หรือพอถึงบทซาบซึ้งประทับใจก็เล่นเอาคนดูอินถึงกับน้ำตาซึม โดยหนังไม่ต้องเค้นอะไรเลย
การตัดต่อ โดยเฉพาะการเล่าเรื่องราวของพระเอกนางเอก ที่อยู่ต่างสถานที่ ต่างเวลา แต่ให้มีความต่อเนื่องสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกัน การเร่งความเร็วภาพให้เห็นเวลาที่ผ่านไป หรือการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายตัวละครแบบต่อเนื่องในฉากไตเติ้ล ที่โชว์ทั้งอนิเมชั่นและการตัดต่อ นอกจากนี้ต้องชมเรื่องจังหวะของหนัง ที่มีช่วงเร่ง ช่วงคลาย สลับกัน ตามอารมณ์ของหนัง ทำให้เวลาดูหนังผ่านไปอย่างรวดเร็วและเต็มอิ่ม
การสอดแทรกปรัชญา วัฒนธรรม ความเชื่อแบบตะวันออกลงในเนื้อเรื่อง ทำให้เรื่องราวดูลึกลับ ชวนให้ค้นหา และเมื่อหนังพูดถึงปาฏิหารย์ที่เกิดขึ้น ก็สามารถยอมรับได้เพราะการปูเรื่องให้คนดูเชื่อมาแล้ว
ดนตรีและเพลงประกอบหนังที่ช่วยเสริมอารมณ์หนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงนำภาพยนตร์ช่วงไตเติล และเพลงตอนจบช่วงเอนด์เครดิต โดยเป็นผลงานเพลงของวง Radwimps ที่ทั้งเพราะ และมีความหมายดี (ต้องขอบคุณที่มีการใส่ซับไตเติลให้เพลงด้วย) และที่บอกว่าทุกๆวินาทีของหนังเรื่องนี้มีความหมาย ขอบอกว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทุกโมเม้นท์ ทุกบท ทุกฉาก ถูกนำมาใช้เพื่อการเล่าเรื่องจริงๆ แม้แต่ช่วงที่เหมือนกับจะไม่มีอะไร แต่พอถึงบทเฉลยก็พบว่าถูกใส่เข้ามาอย่างจงใจ และมีความสำคัญต่อการเล่าเรื่อง โดยเฉพาะเชือกผูกผมสีแดงของนางเอกที่ถูกใส่เป็นสัญลักษณ์ตลอดเรื่อง

จุดแข็งของภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่:

  • งานภาพที่สวยงาม: งานภาพในภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นสวยงามและตระการตา ฉากต่างๆ ได้รับการถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงและน่าประทับใจ
  • เรื่องราวที่สนุกสนานและซาบซึ้ง: เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นสนุกสนานและน่าติดตาม ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยแง่คิดที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิต ความรัก และความสัมพันธ์
  • การแสดงที่ยอดเยี่ยม: นักแสดงทุกคนในภาพยนตร์เรื่องนี้ทำผลงานได้ดี โดยเฉพาะโมนากะ ชิมิซุ และเรียวทาโร มัตสึดะ
  • ดนตรีประกอบที่ไพเราะ: ดนตรีประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นไพเราะและเข้ากับเรื่องราวได้เป็นอย่างดี

จุดอ่อนของภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่:

  • บทที่คาดเดาได้: บทของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคาดเดาได้ บางคนอาจมองว่าเรื่องราวนั้นง่ายเกินไป
  • ฉากแอ็คชั่นที่น้อย: ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากแอ็คชั่นน้อยมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้ชมที่ชื่นชอบฉากแอ็คชั่นผิดหวัง

โดยรวมแล้ว Your Name เป็นภาพยนตร์อนิเมะแนวโรแมนติกแฟนตาซีที่ยอดเยี่ยม นำเสนอเรื่องราวที่สนุกสนานและซาบซึ้ง ผสมผสานกับงานภาพที่สวยงามและดนตรีประกอบที่ไพเราะ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การดูอย่างยิ่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top